VIRTUAL GRAND MASTER EXHIBIT

ABOUT GRAND MASTER VIRTUAL EXHIBITION

นิทรรศการเสมือนจริง ที่นำเสนอประวัติอาชีพของผู้เข้าร่วมโครงการในระดับชั้นครู

และผลงานของผู้เข้าร่วมโครงการในระดับชั้นเชี่ยวชาญ ในรูปแบบของ NFT (Non-Fungible Token)

สามารถเข้าชมโดยการกดปุ่ม “Click to Play” บน Browser ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้ปุ่ม W,A,S,D หรือปุ่มลูกศร เพื่อเคลื่อน/เดิน และใช้ mouse เพื่อหมุนเปลี่ยนมุมมอง กดปุ่ม esc เพื่อกลับมาในหน้าแรก

A virtual exhibition presenting experience of work of the project participants in the grand master level and works from the project participants in the master level in a form of non-fungible token (NFT).

Click “Click to play” on browser in your computer.  Use W, A, S, or D buttons or arrow keys on keyboard for movement.  Use mouse to change perspectives and press ESC button to return to the first page.

ABOUT GRAND MASTER PROJECT

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA จับมือพันธมิตร วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หรือ CCI พัฒนา โครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าและบริการ กิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ผลิตงานฝีมือและงานหัตถกรรมสู่ความเป็นเลิศ (Grand Master)  เพื่อดำเนินของโครงการประกอบไปด้วยการทบทวนมาตรฐานอาชีพ และปรับปรุง/พัฒนากระบวนการ และเครื่องมือการประเมินผลวัดระดับมาตรฐานให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ จากคณะทำงานที่มาจากหลายภาคส่วน ระดมความคิดเห็น พิจารณาทั้งในระดับชั้นต้น ชั้นเชี่ยวชาญ และชั้นครู จนได้คู่มือการเทียบระดับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพ และมีการจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้แบบ E-Learning ที่มีเนื้อหาแบบบูรณาการเชิงวิชาการ ครอบคลุมองค์ความรู้ด้านต่างๆ บนพื้นฐานของกรอบสมรรถนะทางวิชาชีพ ซึ่งถ่ายทอดจากองค์ความรู้ของช่างฝีมือชาวไทยในสาขาอาชีพเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ และสาขาอาชีพผ้าทอเทคนิคมัดหมี่อย่างเหมาะสม รวมถึงมีการดัดแปลงหลักสูตรให้มีความทันสมัย เพื่อประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการพัฒนาผลงานของตัวเอง โดยแบ่งตามระดับชั้นความเชี่ยวชาญ จำนวน 12 หลักสูตร 

โครงการฯ ได้สร้างเวทีแข่งขันผลงาน พร้อมเรียนรู้กระบวนการขายผลงานในรูปแบบออนไลน์เพื่อต่อยอดสู่ตลาดสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานองค์ความรู้ ตลอดจนพัฒนาสมรรถนะฝีมือของบุคลากรสร้างสรรค์ในสาขาอาชีพเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ และผ้าทอเทคนิคมัดหมี่สู่ความเป็นเลิศอย่างมีมาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดความสนใจในคุณค่าของงานฝีมือแก่กลุ่มผู้สนใจทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการถ่ายทอดความรู้ เทคนิค ตลอดจนประสบการณ์ด้วยเนื้อหาภาคทฤษฎี การฝึกทักษะในภาคปฏิบัติ และการทดสอบวัดระดับความรู้ ทั้งในระดับชั้นต้น ชั้นเชี่ยวชาญ และชั้นครู สำหรับผู้ผ่านการทดสอบ วัดระดับ ประเมินผลทักษะมาตรฐานอาชีพ จำนวนรวม 60 ท่าน เกิดการรับรู้ และตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของการพัฒนาทักษะความรู้ และมาตรฐานงานฝีมืออาชีพผ้าทอเทคนิคมัดหมี่ และเครื่องถมประเภทเครื่องใช้ มากกว่า 80,000 คน

About Grand Master Project

Creative Economy Agency (Public Organization) or CEA in collaboration with College of Creative Industry, Srinakharinwirot University or CCI developed a project “Improvement of the quality standards of goods and services: Activities to enhance the capacity of craft and handicraft manufacturers towards excellence (Grand Master)”. The implementation of the project consists of reviewing professional standards and improve/develop standard assessment processes and tools making them up-to-date and relevant to the current situation. From the multistakeholder working group, brainstorming sessions were organized to gather the opinions considering the standards from the specialist level to the master level and the grand master level. Eventually, a manual for the professional qualification evaluation was completed. Further, an e-Learning course with the integrated content covering various areas of knowledge based on the professional competency framework was prepared. The course which is diffused from the knowledge of Thai craftsmen in the fields of utility nielloware and Mudmee woven fabric. It is adapted and modernized to appropriately suitable for the students to apply in the development of their own works. It is divided by the levels of expertise into 12 courses.

The project has created a platform for competition as well as learning how to the process of selling works in an online format, in order to expand to the international market and to raise the standards. It also aims to develop the capacity of creative personnel in the fields of utility nielloware and Mudmee woven fabric towards the excellence standard. In addition, it fostered the interest in the value of crafts among the general public, students, and entrepreneurs in the creative industries. All of the activities have been carried out through the process of knowledge and technical transfer as well as experience sharing integrating the theoretical content with the practical skills. The professional qualification evaluation at the specialist level, the master level, and the grand master level were passed by a total of 60 people. Finally, the awareness and perception of the importance of developing knowledge, skills, and the standard of professional craftsmanship in Mudmee woven fabric, utility nielloware has reached more than 80,000 people.

แนวทางการประยุกต์ใช้ถม

นักสร้างสรรค์สามารถประยุกต์ใช้แนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งรอบตัวให้เป็นอัตลักษณ์ประจำพื้นที่ เช่น การนำลวดลายของพื้นถิ่นมาประยุกต์สร้างลวดลายตามงานศิลปะประกอบกับการทำเครื่องถมดังตัวอย่างที่แสดงของการประยุกต์ลวดลายของแหล่งท่องเที่ยวมาใช้ในการถอดลายเป็นสินค้าเครื่องถม กลายเป็นสินค้าท้องถิ่นประจำเมือง

นอกจากนี้มีการออกแบบชิ้นงานกับการประยุกต์ใช้วัสดุอื่นๆ จากตัวอย่างชุดนี้มีการใช้ผ้า ในการประกอบกับเครื่องถม เช่น การใช้บนชุดโต๊ะอาหารกับผ้าไหมอีรี่ซึ่งเป็นผ้าไหมประจำท้องถิ่น หรือ การประกอบกับชุดปกเสื้อเป็นเครื่องแต่งกายให้ดูมีความแตกต่างมีเอกลักษณ์และมีสไตล์ เช่นผลงานที่ประยุกต์ในการนำลวดลายของถมมาประกอบกับพระหยกขาว คู่บ้านคู่เมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้าน ผลงานนี้นอกจากการแสดงฝีมือของการแกะสลักหยกขาวแล้วยังต้องใช้เทคนิคพิเศษในการประกอบชิ้นงาน นอกจากนี้นักสร้างสรรค์ยังสามารถประยุกต์สัญลักษณ์ของชิ้นงานเครื่องถม ให้เป็นผลงานในรูปแบบต่างๆ เช่น ลายแหวนนะโมเป็นเครื่องถมซึ่งเป็นแหวนของมงคลมีความศักดิ์สิทธิ์ ได้มีการนำมาประยุกต์เป็นลวดลายบนเสื้อผ้า สำหรับการสวมใส่ อีกด้วย

แนวทางการประยุกต์ใช้มัดหมี่

ผ้าทอเทคนิคมัดหมี่ เป็นผ้าที่มีลวดลายที่เกิดจากการมัดเส้นด้ายให้เกิดลวดลาย แล้วจึงย้อม ก่อนที่จะนำมาทอให้เป็นผืน ทำให้ผ้ามัดหมี่มีผิวสัมผัสที่เรียบเหมือนกับผ้าพิมพ์ นี่เป็นเหตุให้ผ้ามัดหมี่ได้รับความนิยมในการใช้งานอย่างยิ่ง และเป็นเทคนิคผ้าหัตถกรรมที่มีการผลิตมากที่สุดในประเทศไทย สามารถประยุกต์ให้เกิดความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบลวดลาย หรือประยุกต์ใช้เป็นสิ่งทออื่นๆ เช่นสิ่งทอสำหรับตกแต่งภายใน หรือเป็น Fashion Accessories ต่างๆ และเนื่องจากเทคนิคมัดหมี่ก่อให้เกิดลายที่มีความสมมาตร อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แสดงออกถึงตัวตนของแต่ละกลุ่มชาติพันธ์ นักออกแบบกราฟฟิกจึงนำมาประยุกต์ใช้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ต้องการแสดงออกถึงกลิ่นอายของความเป็น Ethnic นั่นเอง

GRAND MASTER

ชื่อ-สกุล          ระไว สุดเฉลย

วัน เดือน ปี เกิด 6 เมษายน พ.ศ. 2497

เบอร์ติดต่อ      087-8969031

การศึกษา        ปริญญาตรีครุศาสตรบัณฑิต เอกอุตสาหกรรมศิลป์ 

วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช        

1. การถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนากระบวนการผลิตเครื่องถม

        เมื่อจบการศึกษาตั้งแต่ปี 2524 เข้ารับราชการเป็นครูวิทยาฐานะชำนาญการ แผนกวิชาศิลปหัตถกรรมและเครื่องประดับ วิทยาลัยศิลปหัตถกรรม นครศรีธรรมราช จนกระทั่งปี 2540-2545 เป็นครูสอนที่กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง

การถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ลูกศิษย์เน้นการลงมือปฏิบัติจริง ได้ทำทุกขั้นตอน เฟ้นหาลูกศิษย์ที่เห็นความสำคัญของงานเครื่องถม มารับหน้าที่เป็นครูถ่ายทอดความรู้ เพื่อเกิดการอนุรักษ์สืบต่อไปในอนาคตข้างหน้า และให้งาน “ถมนคร” อยู่คู่ประเทศไทย

การพัฒนากระบวนการผลิตเครื่องถมตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มเรียน ฝึกฝนทั้งในเวลาเรียนและหลังเลิกเรียนด้วยตนเอง มีความชำนาญในทุกกระบวนการของการทำเครื่องถม โดยเฉพาะหัวใจของการทำเครื่องถม คือ การขึ้นรูป ซึ่งครูระไวสามารถทำรูปพรรณชิ้นงานได้อย่างไม่จำกัด มีการพัฒนาคิดค้นสูตรการทำยาถมของตนเอง ที่สามารถบ่งบอกถึงความเป็นเอกของการเป็นช่างเครื่องถมอย่างเด่นชัด และมีการเพิ่มขั้นตอนการบ่มยาถมขึ้นมา

อีกขั้นตอนหนึ่ง เพื่อจะทำให้เนื้อยาถมที่ได้มีเนื้อที่ละเอียด และสามารถกำจัดกลิ่นฉุนของกำมะถันให้หมดไปด้วย

2. บริหารผลิตภัณฑ์เครื่องถม

        ครูระไวสามารถหารายได้จากงานเครื่องถมตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มเรียน การทำรูปพรรณที่หลากหลายรูปแบบไม่ซ้ำแบบกัน การทำแต่ละชิ้นงานให้มีความต่างกัน การสร้างสรรค์ลวดลายใหม่ๆ ให้เหมาะกับชิ้นงานแต่ละชิ้น (1 ชิ้น ต่อ 1 ลาย) และต้องมีความงดงาม สมบูรณ์ ชิ้นงานมีเอกลักษณ์และมีคุณภาพการใช้งานคงทน เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเฉพาะเครื่องถมทองที่เนื้อทองสุกปลั่งทนทานนานนับ 10 ปี ใช้ปริมาณทองถึง 2 เท่าของเครื่องถมที่ขายตามท้องตลาด ผลงานโดดเด่น คือ กระเป๋าถือสตรี ทรง 8 เหลี่ยม ซึ่งเป็นผู้คิดค้นเป็นคนแรก ปี 2547 ได้รับรางวัล 1 จังหวัด 1 ศิลปิน OTOP ผู้ผลิตและผู้ออกแบบสินค้า เครื่องถมเมืองนคร

ชื่อ-สกุล          สมนึก จันทร์จำปา

วัน เดือน ปี เกิด 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2486 

การศึกษา        ประถมศึกษา โรงเรียนบ้านบางหลวง ต.ท่าไร่  อ.เมือง                         จ.นครศรีธรรมราช

                   มัธยมศึกษา โรงเรียนช่างโลหะรูปพรรณ 

                   (วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช)        

1. การถ่ายทอดองค์ความรู้และการพัฒนากระบวนการผลิตเครื่องถม

ระหว่างการทำงานที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้วยการสอนชาวบ้านตามสถานที่ต่างๆ เป็นระยะเวลารวม 27 ปี 10 เดือน 9 วัน ก็เกษียณอายุราชการ หลังจากนั้นยังมีการทำงานเครื่องถมบ้างเป็นครั้งคราว เพื่ออนุรักษ์งานเครื่องถมไว้

2. การบริหารผลิตภัณฑ์เครื่องถม

ได้มีการเปิดร้านทำธุรกิจก่อนเข้าปฏิบัติงานที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นระยะเวลาถึง 10 ปี ผลงานโดดเด่น ตลับแป้งถมทอง ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)

ชื่อ-สกุล          ธงทอง วันลักษณ์

ที่อยู่              278 หมู่ 7 ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์

กลุ่ม              กลุ่มทอผ้าไหมสมปักปูมโบราณ

เบอร์ติดต่อ      095-619-9293, 088-717-3107

        เจ้าของแบรนด์ “ธงทองไหมไทย” และประธาน “กลุ่มทอผ้าไหมสมปักปูมโบราณ” สังกัดกรมหม่อนไหม ที่มีสมาชิกอีก 45 คน ใช้ความรู้ความสามารถตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค

        การถ่ายทอดองค์ความรู้ สามารถเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ได้เป็นอย่างดี โดยได้รับหนังสือเชิญให้เป็นวิทยากรมากกว่า 50 โครงการ และยังได้มีโอกาสไปจัดแสดงสินค้าในประเทศไทยหลายจังหวัด รวมถึงในเขตปริมณฑล กวาดรายได้ถึงหลักล้าน นอกจากนี้

ยังให้ความร่วมมือในการจัดแสดงนิทรรศการงานเดินแบบ แฟชั่นโชว์ และออกรายการทีวี อีกด้วย

        การวางแผนการผลิต มีการคัดกรองคุณภาพของเส้นไหมก่อนส่งถึงมือช่างทอเพื่อให้ได้ผ้าที่มีคุณภาพ มีการจำแนกประเภทงานให้ช่างทอตามความถนัดของแต่ละท่าน เน้นในเรื่องของลายผ้า สี และเนื้อผ้า และได้จัดกิจกรรมการฟอกย้อมสีทุก ๆ ปีเพื่อทดสอบ

คุณภาพของช่างทอให้คงเดิมโดยใช้หลักสูตรการฟอกย้อมสีให้ได้มาตรฐานของกรมหม่อนไหม

        การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ แบรนด์ธงทองไหมไทย มีการผลิตผ้าโดยเน้นความสนใจของลูกค้าเป็นหลัก แล้วนำมาวิเคราะห์ออกแบบลวดลายใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยจะผลิตสินค้าจำนวนจำกัด เพื่อให้กำหนดราคาได้เอง นอกจากนั้นลายผ้าและกระบวนการผลิตก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่างไรก็ตามร้านธงทองไหมไทยยังคงพัฒนาลวดลายผ้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อดึงดูดลูกค้าเก่า ๆ ไว้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

        แนวทางการตลาด การคำนวณต้นทุน และการกำหนดราคา เนื่องด้วยสินค้าเป็นประเภทงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า การตั้งราคาจึงประกอบไปด้วย ต้นทุนการผลิตใน

ส่วนของผู้ผลิตประกอบไปด้วย ต้นทุนวัตถุดิบ+ค่าแรง+ค่าเสื่อมอุปกรณ์, ต้นทุนความคิดในส่วนของผู้ออกแบบเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเมินค่ามิได้ ตามแต่เจ้าของจะตั้งราคา และกำไร 30% เพื่อสำหรับหักเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และภาษี ภ.ง.ด.91, ภ.ง.ด.90,ภ.ง.ด.94

ชื่อ-สกุล           วนิดา ระยับศรี

ที่อยู่               100 หมู่ที่ 14 ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ 33170 

กลุ่ม               วิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมบ้านน้อยนาเจริญ  

เบอร์ติดต่อ       064-092-3029    

        ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมบ้านน้อยนาเจริญ ที่สืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้ามาจากแม่และยาย ถนัดทอผ้ายกดอก ผ้ามัดหมี่ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า และผ้าลาย

ลูกแก้ว และในปัจจุบันหันมาใช้สีธรรมชาติในการย้อมเท่านั้น เพราะต้องการอนุรักษ์

สิ่งแวดล้อมและรักษาสุขภาพ จนกลายเป็นจุดเด่นของผ้าไหมบ้านน้อยนาเจริญ

การถ่ายทอดองค์ความรู้ ได้นำผลงานผ้าทอไปจัดแสดงตามงานต่าง ๆ อยู่บ่อยครั้ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพ

ผ้าทอมากมาย ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานในด้านการทอผ้า จึงได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรตามงานอบรมต่าง ๆ และยังจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ผ้าไหมไทยในหมู่บ้าน เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีความสนใจในภูมิปัญญาผ้าไทยที่สืบทอดกันมา

การวางแผนการผลิต แบ่งงานให้สมาชิกแต่ละคนตามความถนัด ลวดลายของผ้าทอจะถูกออกแบบและพัฒนาแบบใหม่ตามความนิยมของผู้บริโภคและแฟชั่นในแต่ละปี โดยนำความรู้จากการอบรมกับหน่วยงานต่าง ๆ มาปรับใช้ตามความเหมาะสม และศึกษาทิศทางการออกแบบผ้าไทยจากดีไซน์เนอร์ชั้นนำในประเทศไทย โดยนำลวดลายและสีสันมาประยุกต์ให้เข้ากับความถนัดของกลุ่ม เพื่อให้ผ้ายังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ผ้าทอของกลุ่มมีหลายรูปแบบ หลายราคา 

มีทั้งราคาที่จับต้องได้สำหรับขายนักท่องเที่ยวทั่วไป ไปจนถึงผ้าราคาสูงสำหรับนักสะสมผ้าไทย เอกลักษณ์ของผ้าไหมบ้านน้อยนาเจริญคือการใช้สีธรรมชาติในการย้อมเส้นไหม โดยสีที่แตกต่างและโดดเด่นคือสีเทาและสีดำ นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับดีไซน์เนอร์เพื่อนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่น เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ส่วนเศษผ้าที่เหลือจากงานอื่น ๆ ก็จะนำมาทำเป็นกระเป๋า เพื่อเป็นการลดขยะ

แนวทางการตลาด การคำนวณต้นทุน และการกำหนดราคา ผ้าทอของกลุ่มนอกจากจำหน่ายที่ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มในหมู่บ้านแล้ว ยังไปออกงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และขายในช่องทางออนไลน์อีกด้วย ในการคำนวณต้นทุน จะคิดจากค่าวัสดุที่ใช้ในการทอทั้งเส้นไหมและวัสดุย้อมรวมกับค่าแรง แล้วคิดกำไรขั้นต่ำ 25% โดยมูลค่าของผ้าจะเพิ่มไปตามเนื้องาน แล้วแต่ความละเอียดของงาน ยิ่งงานละเอียดก็จะได้กำไรมากขึ้น   

ชื่อ-สกุล          สงวน ทิพย์ลม

ที่อยู่               7 หมู่3 บ้านคึมมะอุ ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา

กลุ่ม               วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมคึมมะอุ-สวนหม่อน

เบอร์ติดต่อ       093-609-0139

        ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมคึมมะอุ-สวนหม่อน ผู้เริ่มเรียนรู้การทอผ้ามาตั้งแต่จำความได้ ทุกครัวเรือนในชุมชนมีสวนหม่อนของตนเอง หลังจากกรมหม่อนไหมมาช่วยให้ความรู้ ส่งเสริมให้ทำตามหลักการ ทำให้การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยผ้าทอของกลุ่มเป็นผ้าไหมโบราณ ผ้าหางกระรอก ผ้าไหมมัดหมี่ ทั้งสีเคมีและสีธรรมชาติ ผ้าโสร่ง ผ้าลายยกดอกสีธรรมชาติ

การถ่ายทอดองค์ความรู้ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ส่งเสริมด้านการทอผ้าอยู่บ่อยครั้ง ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติของกรมหม่อนไหม เป็นปราชญ์ชาวบ้าน และสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จึงได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในการสอนการทอผ้าเป็นประจำ นอกจากนี้ยังมีเยาวชนรุ่นใหม่ มาทัศนศึกษาที่หมู่บ้านอยู่เป็นประจำ โดยมีสมาชิกในกลุ่มช่วยกันสอน เพราะต้องการสืบสานภูมิปัญญาที่ได้รับมา และส่งต่อให้คนรุ่นใหม่ต่อไปการวางแผนการผลิต สมาชิกในกลุ่มทุกคนสามารถผลิตผ้าทอได้ทุกกระบวนการ

ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว ดังนั้นในการผลิตผ้าทอ 1 ผืน จึงเกิดจากฝีมือของสมาชิกเพียงแค่คนเดียว แต่การกำหนดลวดลายและสีสันจะมีประธานกลุ่มคอยแจกแจงงานตามความถนัดและความสามารถของสมาชิก และควบคุมคุณภาพด้วยตนเองทุกผืน ก่อนจะส่งถึงมือลูกค้า ทำให้ผ้าทุกผืนได้มาตรฐานตามที่ควรจะเป็น

การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ เอกลักษณ์ผ้าทอของกลุ่มคือลายมัดหมี่ที่มีความละเอียด ข้อหมี่แต่ละข้อจะไม่ห่างและไม่ถี่เกินไป ใช้เส้นไหมของตนเองที่เลี้ยงเอง 

ผิวสัมผัสของผืนผ้าจึงไม่ซ้ำกับที่อื่น นอกจากนี้ลายยังเป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ลอกเลียนแบบได้ยาก แต่นำลวดลายดั้งเดิมมาปรับใช้ให้เข้ากับวิถีชีวิตใน

ปัจจุบันและเหมาะกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น นอกจากนี้ยังได้ร่วมงานกับดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่เพื่อออกแบบผ้าในการตัดเย็บเครื่องแต่งกายแฟชั่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าทออีกด้วย

แนวทางการตลาด การคำนวณต้นทุนและการกำหนดราคา เมื่อทอผ้าเสร็จแล้วทางกลุ่มจะรวบรวมผ้าจากสมาชิกแล้วนำไปออกงานจัดแสดงสินค้าของหน่วยงานต่างๆ 

ซึ่งได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งลูกค้าและคนที่มาออกงานด้วยกัน การคิดต้นทุนผลิตภัณฑ์ เริ่มจากต้นทุนเส้นไหม 1 กิโลกรัม ทอผ้าได้ 5 ผืน ราคาเส้นไหม 1,300-1,500 บาท ขายได้ผืนละ 2,000-2,500 บาท ค่าแรงทอผ้า วันละ 1 ผืน ได้ 500 บาท ค่าวัสดุย้อมสี 200 บาท โดยจะกระจายงานให้สมาชิกทุกคน เพื่อให้มีรายได้อย่างทั่วถึง

ชื่อ-สกุล          แสงเดือน จันทร์นวล

ที่อยู่               119/4 ม.1 ต.นาโพธิ์ อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ 31230

กลุ่ม               ผ้าตุ้มทอง

เบอร์ติดต่อ       084-960-4291

        ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ผ้าตุ้มทอง” สืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้ามาอย่างยาวนานรุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่รุ่นคุณตาซึ่งเป็นครูสอนทอผ้าของกระทรวงอุตสาหกรรม รุ่นแม่ของข้าพเจ้าซึ่งเป็นสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นอกจากจะเรียนรู้เรื่องกระบวนการทอผ้าจากแม่แล้ว ยังสนใจในด้านศิลปะ จึงนำภูมิปัญญาการทอผ้าแบบดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการออกแบบผ้าทอทำให้มีความโดดเด่น

การถ่ายทอดองค์ความรู้ ทำศูนย์เรียนรู้เพื่อให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากมีประสบการณ์ตรงจากการการเป็นนักออกแบบเองและรับงานทอผ้าจากนักออกแบบ ทำให้เห็นปัญหาในการสื่อสารระหว่างนักออกแบบกับช่างทอผ้า จึงต้องการจะลดช่องว่างระหว่างนักออกแบบและช่างทอผ้า ด้วยการให้ความรู้กับนักออกแบบ เพื่อให้เข้าใจกระบวนการการทอผ้าทั้งหมด และสามารถออกแบบผ้าที่สามารถทำได้จริง

การวางแผนการผลิต ทางกลุ่มทำระบบคล้ายบริษัท มีหัวหน้างาน แบ่งสมาชิกเป็นแผนกตามความถนัดและความสามารถของสมาชิก ใช้กระบวนการทอผ้าแบบดั้งเดิม ไม่ใช้เครื่องจักรและเครื่องทุ่นแรง จึงต้องใช้แรงงานจำนวนมาก การตรวจสอบคุณภาพผลงานของกลุ่มขึ้นอยู่กับการตกลงกับลูกค้า ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าก่อน โดยปกติกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไว้ 30%

การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ความพิเศษของผ้าทอร้านผ้าตุ้มทอง นอกจากจะนำภูมิปัญญากระบวนการทอแบบดั้งเดิมมาประยุกต์ใช้ร่วมกับความรู้ทางศิลปะแบบสมัยใหม่แล้ว การออกแบบผ้ายังสามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของลูกค้าได้ โดยปรับได้ทั้งรูปแบบ สีสัน และผิวสัมผัส ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ของร้านเป็นชาวต่างชาติถึง 90% 

ด้วยลวดลายที่ทันสมัย และสีสันที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ทำให้ผ้าทอของร้านผ้าตุ้มทองได้รับนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมากแนวทางการตลาด การคำนวณต้นทุน และการกำหนดราคา การคำนวณต้นทุน คิดจากค่าแรงและค่าวัตถุดิบ โดยจะบวกกำไร 30% ขึ้นไป ด้วยการออกแบบที่แตกต่างและไม่ซ้ำใคร การออกแบบวิจิตรพิสดาร ก็จะขายได้ราคาสูง เน้นการทำน้อยให้ได้มาก หาวิธีการทำที่ง่าย แต่ได้ลวดลายที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังออกแบบผ้าผืนใหญ่เป็นงานศิลปะก็สามารถตั้งราคาได้สูง

ชื่อ-สกุล        อนัญญา เค้าโนนกอก

ที่อยู่            75 หมู่ 13 ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ 36210

กลุ่ม            วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง

เบอร์ติดต่อ      092-325-4655

        ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติหนองบัวแดง ที่ผันตัวมาเป็นนักออกแบบสิ่งทอ หลังจากเจอภาวะฟองสบู่แตก โดยเรียนรู้การทอผ้าจากพ่อและแม่ 

ซึ่งผ้าที่ทอเป็นผ้ามัดหมี่ ผ้าขาวม้า ผ้าไหมสีพื้น ผ้ามัดหมี่ลายนาค ลายไข่มดแดง ซึ่งเป็นลายดั้งเดิมของชุมชนที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบต่อกันมา นอกจากนี้ยังคิดลายใหม่ ๆ ที่ทันสมัยและเข้ากับวิถีชีวิตคนในปัจจุบันมากขึ้น

การถ่ายทอดองค์ความรู้ จากประสบการณ์การทอผ้ามาอย่างยาวนาน ทำให้ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร ให้ความรู้ตามงานต่าง ๆ สอนตั้งแต่เรื่องการบริหารจัดการกลุ่ม ภาวะผู้นำ เทรนด์สี การมัดหมี่ ไปจนถึงการย้อมสีธรรมชาติ ไม่ว่าจะไปให้ความรู้ที่ไหน ก็ต้องศึกษาวัฒนธรรมของชุมชนนั้น ๆ ด้วย ว่าในท้องถิ่นนั้นมีวัตถุดิบอะไรที่นำมาปรับใช้กับการทอผ้าได้ ส่งเสริมให้ชุมชนนำของใกล้ตัวมาพัฒนา เพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน

        การวางแผนการผลิต การบริหารจัดการกลุ่มเป็นแบบวิสาหกิจ คือทุกคนมีส่วนร่วมหมด แยกหน้าที่กันชัดเจน แบ่งงานตามความถนัด ความสามารถ และความเหมาะสม ให้สมาชิกทุกคนได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ทำให้ได้งานที่ดี มีคุณภาพ และมีความสุขกับงานที่ทำ โดยสามารถควบคุมคุณภาพของผ้าได้ เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการทอสามารถหาได้จากในท้องถิ่นทั้งหมดทั้งเส้นไหมและวัสดุย้อม

การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ความพิเศษของผ้าทอ คือการทอผ้าด้วยกระบวนการแบบดั้งเดิม และใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น ส่วนลายมัดหมี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มคือ ลายไข่มดแดง ซึ่งเป็นลายเก่าแก่ที่ทางกลุ่มมัดทั้งแบบดั้งเดิมและนำมาประยุกต์ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแปรรูปผ้าทอให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกด้วย 

การทอผ้าเป็นงานที่ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างสรรค์นาน ดังนั้นหากต้องการให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจในผลงาน ก็จะต้องสร้างคุณค่าด้วยการขายเรื่องราวของผลงานด้วย

แนวทางการตลาด การคำนวณต้นทุน และการกำหนดราคา เวลาไปออกงานต้องวิเคราะห์ด้วยว่าเป็นงานแบบไหน กลุ่มลูกค้าเป็นใคร เหมาะกับสินค้าแบบไหน เนื่องจากสินค้าของกลุ่มมีหลากหลาย ดังนั้นการเลือกสินค้าให้เหมาะกับผู้บริโภคจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้น การคำนวณต้นทุนคิดจากค่าวัตถุดิบ และค่าแรง โดยคิดกำไร 40% ผ้าของกลุ่มมีราคาไม่สูงเพราะอยากให้เข้าถึงง่าย เพื่อเป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาให้คนหันมาสนใจผ้าไทยมากขึ้นด้วย

THOM

Untitled-3
ARTIS-02
ARTIS-03
ARTIS-04
ARTIS-05
ARTIS-06
ARTIS-07
ARTIS-08
ARTIS-09
previous arrow
next arrow

MUD - MEE

Untitled-3
ARTIS-11
ARTIS-12
ARTIS-13
ARTIS-14
ARTIS-15
ARTIS-16
ARTIS-17
previous arrow
next arrow